หลากวิธีลบรอยแผลเป็นที่ไม่พึงประสงค์

เราจะต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อเกิดแผลเป็น?? นักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะหาวิธีรักษาแผลเป็นให้หายขาดมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่พบวิธีใดที่รักษาให้หายขาดได้ แต่ก็พบว่ามีหลายวิธีที่อย่างน้อยก็สามารถทำให้รูปร่างของแผลเป็นเปลี่ยนรูปร่างไปในทางที่ดีขึ้นได้ เช่นขนาดเล็กลงจากแผลที่ขรุขระก็ดูเรียบเนียนมากขึ้น แต่ก็ไช่ว่าจะทำได้ทุกกรณี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ด้วย และควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนว่าคุ้มหรือไม่ที่จะทำ

การรักษาแผลเป็น

Surgical Scar Revision

ก็คือการตัดแผลเป็นให้มีขนาดเล็กลงโดยการผ่าตัด แต่วิธีนี้จะเหมาะในกรณีที่แผลเป็นมีขนาดใหญ่และยาวมากและเมื่อตัดออกแล้วจะทำให้มีขนาดเล็กและบางลง ส่วนผลที่ได้จะดีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และเทคนิคของแพทย์แต่ละท่าน

Dermabration

ส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีของแผลเป็นจากสิว, สุกใส, หรือ หลังการผ่าตัด หรือกรณีที่แผลเป็นผิวที่ไม่เรียบแต่หลุมไม่ลึกมาก โดยใช้เครื่องกรอไฟฟ้า จะมีรอยแผลหลังทำบางๆ และจะตกสะเก็ดแล้วหลุดออกไปภายในเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ วิธีนี้ถ้าแผลตื้นมากๆ อาจจะพบว่าผิวเรียบขึ้นเกิน 80 เปอร์เซ็นต์

Laser Resurfacing and Pulsed Dye

- Laser Scar Revision เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถลบรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวที่เป็นรอยนูนหรือรอยบุ๋ม ผิวขรุขระหรือไม่เรียบ และแผลเป็นที่เกิดจากสุกใส โดยใช้เลเซอร์ที่ใช้กรอผิว โดยแพทย์สามารถ set พลังงานให้สูงหรือต่ำหรือจะกรอให้ลึกหรือตื้นก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน หนึ่งสัปดาห์ แต่อาจจะมีรอยแดงๆ หรือชมพูหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย แต่อาจจะต้องทำหลายรอบ และต่อเนื่องทุก 2 เดือน และพบว่าหลังการทำเลเซอร์แล้วผู้ป่วยมีอาการคัน หรือปวดแผลเป็นลดลงด้วย

- Soft Tissue Fillers(collagen injections or fat transfer) การใช้สารที่เรียกว่าคอลลาเจน(collagen) ฉีดเข้าไปบริเวณที่เป็นแผลเป็นหลุม เช่นแผลเป็นจากสิวเป็นต้น แต่ผู้ป่วยควรจะต้องทำการทดสอบก่อนว่าแพ้สารตัวนี้หรือไม่โดยการฉีดสารปริมาณเล็กน้อยที่บริเวณท้องแขน ผู้ป่วยที่มีประวัติ โรคภูมิแพ้ (autoimmune) ไม่ควรใช้สารนี้ หลังการฉีดพบว่าแผลตื้นขึ้นทันทีแต่อยู่ไม่ถาวร จะต้องฉีดซ้ำทุก3-6เดือน แพทย์บางท่านใช้เทคนิค ใช้ไขมันจากตัวผู้ป่วยเองเพื่อป้องกันการปฏิเสธของเนื้อเยื่อ แต่จะต้องมีการศึกษามากกว่านี้ และคิดว่าในอนาคตเราอาจจะมีสารที่สามารถใช้ฉีดแบบถาวรซึ่งจะต้องศึกษากันต่อไป

- Punch Grafts and Punch Excixions เหมาะกับแผลเป็นที่เป็นหลุมลึกแต่แคบ โดยการใช้เทคนิคนำผิวหนังที่ปกติจากส่วนอื่นมาเย็บแปะบริเวณที่เป็นหลุม ซึ่จะต้องมีการเย็บและกลับมาตัดไหมหรือจะใช้ผิวหนังบริเวณที่เป็นแผลให้ยกตัวขึ้นก็ได้ ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ต้องเย็บหรือตัดไหม ซึ่งจะดูเป็นธรรมชาติกว่า

Chemical Peels

เหมาะกับแผลเป็นตื้นมากๆ วิธีนี้อาศัยหลักการที่ว่าใช้สารเคมีไปขจัดผิวหนังชั้นบนออก ซึ่งการขจัดเซลล์ผิวหนังชั้นบนจะขจัดลึกมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น และชนิดของสาร chemical peel นั้นๆ ถ้าตื้นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการซ่อมแซมแผล แต่ถ้าใช้ชนิดลึกจะต้องรอให้มีการซ่อมแซมหรือรักษาแผลอาจจะถึง 2 อาทิตย์ได้ จะใช้สารแบบใดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและประสบการณ์ของแพทย์ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ เพราะเท่าที่ทราบในเมืองไทย หมอพบว่ามีการใช้สาร chemical peel ลักษณะเดียวกันนี้มากมายตามร้านเสริมสวยทั่วไป ถ้าไม่เกิดอันตรายใดๆ ต่อใบหน้าเราก็ถือว่าโชคดีไป ขนาดทำโดยแพทย์ถ้าผิวไม่พร้อมจริงๆ ก็ยังมีโอกาสพลาดได้เช่นกัน เพราะการทำง่ายมาก ใช้ก้านสำลีจุ่มสารแล้วนำมาทาบริเวณผิวหน้าเริ่มจากหน้าผากแล้วก็ตามด้วยบริเวณแก้ม เหมือนจะง่ายนะคะ แต่ทุกอย่างมีผลข้างเคียงได้เสมอ แต่ก็เป็นผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงอะไร แผลสามารถหายได้เป็นปกติ100%

                                                                              
Other Scar Treatment Methods

- Pressure bandages and massages เป็นการใช้แรงกดให้แผลมีขนาดแบนลง มักจะแนะนำให้ใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่น และต้องทำต่อเนื่องหลายเดือน

- Silicone-containing gels, creams, and bandages เชื่อว่าช่วยลดความแข็งของแผลเป็นได้ แต่แนะนำให้ใช้รักษาควบคู่กับวิธีอื่น

- Cryosurgery เป็นการใช้เครื่องทำความเย็นจี้บริเวณแผลเป็นให้เกิดภาวะถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไปในเวลาต่อมา เทคนิคนี้พบว่ามีการลดขนาดของแผลเป็นลงได้บ้าง แต่แนะนำให้ใช้กับภาวะแผลเป็นนูน

- Cortisone (steroid) injections เป็นการใช้สาร steroid ปริมาณหนึ่งฉีดเข้าไปบริเวณแผล ทำให้แผลมีขนาดยุบลงเร็วมาก และก็เป็นวิธีที่ง่ายได้ผลเร็ว ราคาประหยัด แต่ก็ไม่ถาวรต้องมาฉีดซ้ำถ้ามีการนูนขึ้นมาใหม่ และถ้าฉีดซ้ำบ่อยๆก็อาจจะเกิดผิวบางบริเวณที่ฉีดทำให้มองเห็นเส้นเลือดฝอยได้

- Silicone impregnated gels เป็นการใช้สารที่เป็นแผ่น silicone เจลนำมาแปะบริเวณที่เป็นแผลเป็นอย่างต่อเนื่อง แต่แนะนำให้ใช้รักษาร่วมกับวิธีอื่นเช่นกัน จากการศึกษาวิจัยพบว่าสามารถลดขนาดได้เล็กน้อย แต่ถ้าเป็นแผลขนาดใหญ่ก็อาจะทำให้นิ่มลงได้ ข้อดีคือผู้ป่วยสามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่จากประสบการณ์ของหมอเองพบว่าแผลเป็นที่เกิดใหม่ๆ มักจะได้ผลดีกว่านะคะ

- Interferon เป็นการใช้สารเคมีฉีดเข้าไปบริเวณแผลเป็นที่มีขนาดกว้างและแข็ง ช่วยลดขนาดและให้นิ่มขึ้นได้

- Intense pulse light เป็นเทคนิคใหม่ซึ่งหมอเคยเล่าให้ฟังแล้วเมื่อฉบับก่อนๆ โดยเชื่อว่าพลังงานของแสงระดับหนึ่งสามารถทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวได้ใหม่อย่างเป็นระเบียบ และเป็นผลให้แผลเป็นมีขนาดเล็กลงได้ แต่จะต้องทำการรักษาเป็นเวลานานและต่อเนื่อง ขนาดอาจลดลงและนิ่มขึ้นได้ระดับหนึ่ง ซึ่งจะต้องรอการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาเครื่องมือต่อไป เพราะถ้าเป็นไปตามสมมุติฐานที่ว่าจริงแผลเป็นก็สามารถหายขาดได้ แนะนำให้ใช้วิธีนี้ควบคู่กับการรักษาวิธีอื่นๆ เพื่อผลการรักษาที่เร็วขึ้น

การรักษาแผลเป็นยังไม่มีวิธีใดรักษาได้หายขาด แต่สามารถทุเลาลงได้ และเปลี่ยนรูปร่างให้มีขนาดเล็กและสวยงามขึ้นได้ แต่ไม่ถาวร ยังคงต้องรอให้มีการศึกษาเพิ่มเติมกันต่อไป การรักษาสามารถใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ผลที่ดีและรวดเร็วที่สุดก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนรักษาก็จะดีนะคะ

อ้างอิง:http://www.panclinic.com/detail_tip_panclinic.asp?MID=98&CID=4